fbpx

โปรลับวันนี้ที่ The Ink Clinic ลดพุงเร่งด่วน แถมฟรี สร้างซิกแพค ด้วยเครื่องมือทันสมัย พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเอง รับโปรโมชั่นทันที มีจำนวนจำกัด คลิก >

ลดห่วงยางรอบเอวเร่งด่วน >

App คำนวณ BMI ผู้หญิง และ ชาย

ลดอ้วน ลดพุงเร่งด่วน เพื่อสุขภาพที่ดี ชีวิตที่ยั่งยืน

อยากรู้ว่าตัวเราเองนั้นอ้วนเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ เพราะในบางครั้งสายตาเราอาจจะมองแค่อวบ แต่ในความเป็นจริงหากวัดเป็นตัวเลขแล้วอาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่อ้วน และเสี่ยงต่อโรค วันนี้ The Ink Clinic ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดห่วงยางรอบเอว โดยไม่ต้องดูดไขมัน ได้ทำโปรแกรมวัดค่า BMI ขึ้นมา ให้คนทั่วไปได้ใช้งานแบบง่ายที่สุดบนมือถือ เพียงแค่รู้น้ำหนัก ส่วนสูงของตัวเอง และรูดซ้ายรูดขวาก็สามารถทราบค่า BMI ของเราได้แล้ว เรามาลองกันดูว่า เราจะอยู่ในเกณฑ์ที่อ้วนเกินมาตรฐานหรือไม่

Loading

เลือกผลลัพธ์ BMI ที่ได้

ให้เลือกผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณค่า BMI 

ค่าคำนวณ BMI คืออะไร และ สูตรคำนวณแบบสากล

BMI (Body Mass Index) เป็นอัตราส่วนระหว่างน้ำหนักและส่วนสูง
เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดมาตรฐานเพื่อประเมิณสภาพของเรากาย
ว่าเขามีน้ำหนักเกิน หรือผอมเกินไปหรือไม่
เป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ในการวัดปริมาณไขมันในร่างกาย

แต่มีข้อจำกัดสำคัญที่จำเป็นต้องระวังเมื่อใช้ในการประเมินสุขภาพ
เพราะไม่สามารถวัดแบบละเอียดและไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีนามัยพิเศษ
เช่น นักกีฬา ผู้ที่มีสภาพการผิดปกติในการเผาผลาญพลังงาน
หรือผู้ที่มีภาวะประจำตัว เช่น มะเร็ง ฯลฯ แต่โดยรวมแล้ว สามารถใช้วัดกับคนปกติได้เป็นอย่างดี

โดยใช้สูตรคือ BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)^2

ตัวอย่างการคำนวณค่า BMI

ตัวอย่างการคำนวณค่า BMI สำหรับผู้ป่วยที่มีส่วนสูง 170 เซนติเมตร และน้ำหนัก 60 กิโลกรัม:

BMI = 60 / (170 x 170) = 20.76

จากนั้น สามารถเปรียบเทียบกับช่วงของค่า BMI เพื่อดูว่าเขามีน้ำหนักเหมาะสมหรือไม่:

  • BMI น้อยกว่า 18.5
    หมายถึง น้ำหนักน้อยหรือผอมเกินไป

  • BMI 18.5 – 22.9
    อยู่ในเกณฑ์ปกติ

  • BMI 23 – 24.9
    หมายถึง โรคอ้วนระดับ 1
    น้ำหนักเกินตัวอวบเริ่มอ้วนมีห่วงยางรอบเอว

  • BMI 25 – 29.9
    หมายถึง โรคอ้วนระดับ 2

  • BMI 30 ขึ้นไป
    หมายถึง โรคอ้วนระดับ 3

หัวข้อ เกี่ยวกับลดพุงเร่งด่วน

🏆 วัดค่า BMI น้อยกว่า 18.5 ผอมเกินเกณฑ์ปกติ

คำนวณ BMI

ผู้หญิงหุ่นนางแบบมักจะอยู่ในเกณฑ์นี้

แม้จะอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน แต่ผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ชื่นชอบให้อยู่ในเกณฑ์นี้ โดยบางคนอยู่ที่ราวๆ BMI 16-18 ก็จะมีแขนขาที่เรียวเล็ก น่องเรียว ไม่ปูด เอว S ร่อง 11 มาเต็มแต่ก็อาจจะเห็นซี่โครงชัดนิดหน่อย แล้วแต่บุคคล แต่ที่ชัดๆคือหน้าจะมีกรอบหน้าที่ชัดขึ้น บางรายอาจจะตอบไปก็อาจจะต้องไปเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ เป็นน้ำหนักที่ค่อนข้างจะทำยาก เพราะต้องควบคุมอาหารอย่างหนัก ยกเว้นบางคนที่มีการเผาผลาญพลังงานแคลลอรี่ที่ดีมากเกินไปที่ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน หรือผู้ที่รู้สึกไม่อยากอาหาร หรือ กินน้อยเป็นปกติ

ข้อแนะนำหากต้องการเพิ่มน้ำหนัก

  1. ผู้ที่ผอมเกินไป วิธีที่จะผอมแบบมีสุขภาพดีนั้นเป็นไปได้ ด้วยการทานอาหารที่เป็นโปรตีนสูงเป็นหลัก และ ออกกำลังกายแบบเวทเทนนิ่งควบคู่ เพราะจะทำให้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และทำให้เฟิร์มกระชับ โดยทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นด้วยกล้ามเนื้อ แต่หุ่นแทบจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย ค่า BMI ก็จะสูงขึ้นเพื่อกลับสู่เกณฑ์ที่ปกติ แต่ถ้าทานอาหารที่มีไขมันมากๆ หุ่นคุณจะเปลี่ยนแบบชัดเจนแบบนิ่มๆ ไม่กระชับ และจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่นผอมลงพุง มีพุงหมาน้อย หรือห่วงยางรอบเอวแทน แต่แขนขาก็ยังผอมอยู่เป็นต้น
  2. การเลือกกินอาหาร แม้ว่าผอมแต่ก็ต้องยังเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เช่นกัน แม้ว่าจะได้เปรียบในด้านการกิน ก็ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นพื้นฐาน โดยเน้นไปที่โปรตีน และ ไฟเบอร์ และแป้งน้อยๆ หรือถ้าอยากจะเพิ่มน้ำหนักก็ให้ทาน แป้ง โปรตีน ไขมันดีเช่นจากปลาแซลมอน และ ไฟเบอร์จากผักเยอะๆ ก็จะช่วยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้อย่างมีสุขภาพดี โดยที่ต้องคุมแคลลอรี่อยู่เหมือนเดิมเช่นกัน
  3. การออกกำลังกาย ควรเน้นไปที่การเวทเทรนนิ่ง เช่น ยกเวท หรือ บอดี้เวท เพราะหุ่นประมาณนี้คุณแทบไม่ต้องคาดิโอมาก เพราะจะทำให้ผอมไปกว่าเดิม ควรเน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อเป็นหลัก ให้กระชับดูดีฟิตแอนเฟิร์ม น้ำหนักค่อนข้างได้เปรียบ หากเป็นผู้หญิงก็เห็นร่อง11 หากเป็นผู้ชายก็มีซิกแพค เพราะอยู่ในระดับไขมันต่ำมากๆ เมื่อเล่นกล้ามทำให้ชัดและดูดีขึ้นได้มาก

🟢 วัดค่า BMI 18.5 - 22.9 เกณฑ์ปกติ

คำนวณ BMI ลดห่วงยางรอบเอว โดยไม่ดูดไขมัน

หุ่นนายแบบ นางแบบ คนทั่วไป มักอยู่ในช่วงนี้

น้ำหนักแบบปกติ ไม่อ้วน ไม่ผอมจนเกินไป ควบคุมง่าย ใช้ชีวิตคล่องตัวมักจะอยู่ในช่วง BMI 18.5-22.9 หากเป็นนายแบบ BMI 22.9 ที่เป็นมวลกล้ามเนื้อแบบล้วนๆ ก็จะเห็นเป็นกล้ามชัดเจน สวยงาม หรือหากเป็นคนทั่วไป อาจจะกำลังเริ่มมีพุง เห็นมั้ยครับว่ามันจะกลับกัน ระหว่าง กล้ามเนื้อ กับ ไขมัน เพราะฉะนั้นหากคุณไม่ได้ออกกำลังกายควรอยู่ให้ต่ำกว่า 22 ไว้จะดีสุดครับ

ข้อแนะนำในการทำให้น้ำหนักคงที่

  1. ควบคุมการกินอาหาร ไม่ให้เกินแคลลอรี่ที่จำกัดต่อวัน หลายคนอาจจะงงว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะต้องทานวันละกี่แคลลอรี่ แนะนำให้โหลด App  MyfitnessPal เป็นตัวช่วยเลยครับ ตัวนี้ดีมากๆในการคำนวณการกินของแต่ละมื้อออกมาเป็นแคลเลอรี่ที่เราใช้งาน ทำให้การนับแคลไม่ผิดพลาดควบคุมอาหารได้ดี
  2. ทำ IF หรือการควบคุมการทานอาหารให้เป็นเวลา เช่น ทานอาหาร 6 ชั่วโมง และ หยุดทาน 18 ชั่วโมงแต่ถ้าโหดเป็นก็ปรับเป็น ทานอาหาร 8 ชั่วโมงได้ เทคนิคนี้นิยมกันมากเพราะช่วยการเผาผลาญได้อย่างเป็นระบบ ร่างกายจะรับรู้ว่า ตอนไหนคือเวลากิน ตอนไหนคือเวลาหยุดกิน และร่างกายจะเผาผลาญได้ดีขึ้นดึงไขมันและพลังงานออกมาใช้ได้ดีขึ้น
  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แม้น้ำหนักคงที่ก็ยังขาดเรื่องออกกำลังกายไม่ได้อยู่ดี เพื่อให้ร่างกายกระชับ และช่วยเรื่องการเผาผลาญที่ดีไม่งั้นกล้ามเนื้อจะเหลวๆนิ่มๆ แต่ถ้าไม่อยากออกกำลังกาย และ อยากจะกระชับด้วย ก็สามารถใช้เครื่องช่วยกระชับได้เช่นกัน >

🟡 คำนวณ BMI ได้ 23 - 24.90 อ้วนระดับ 1

ลดพุง ไขมันหน้าท้อง เร่งด่วน

ห่วงยางรอบเอว พุงหมาน้อย พุงป่องช่วงล่าง ตัวบวมระดับ 1

คำนวณ BMI ได้เท่านี้อย่าพึ่งกังวล เพราะยังอยู่ในระยะเริ่มมีห่วงยางรอบเอว หรือ พุงป่องช่วงล่าง แขนขา เริ่มใหญ่ เริ่มมีเหนียง แก้มเริ่มห้อย แสดงว่าคุณน้ำหนักเกินเกณฑ์ และอยู่ในระดับความอ้วนระดับ 1 ซึ่งยังสามารถแก้ไขได้แบบไม่ยากนัก คุณอาจจะต้องเริ่มหันมาออกกำลังกาย และ ลดของหวาน ควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะแป้งและไขมัน ไม่ใช่แค่เรื่องกินเพียงอย่างเดียว หากไม่ควบคุม เสื้อผ้าคุณก็จะเริ่มใส่ไม่ได้ บุคลิคเริ่มเสีย โรคอื่นๆก็จะตามมาอีกด้วย มาดูข้อแนะนำตามด้านล่างนี้

ข้อแนะนำในการลดห่วงยางรอบเอวระยะเริ่มต้น

  1. ควบคุมอาหาร ลดขนม ลดของหวาน ลดแป้ง และ น้ำตาล ทานไฟเบอร์ผัก และ โปรตีน ส่วนไขมันให้ทานน้อยที่สุดโดยเทียบจากน้ำหนักตัวเช่น หนัก 90 กิโล ไม่ควรทานไขมันเกิน 90 กรัม เพราะฉะนั้นต้องทานให้หน้อยกว่า 90 กรัมลงไปถึงจะลดไขมันลงได้ ทำไมถึงต้องลดแป้งและน้ำตาล เพราะแป้งเมื่อทานเข้าไปจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาล และหากคุณทานน้ำตาลจากเครื่องดื่มเข้าไปอีกก็เท่ากับสองเด้ง และ เมื่อมีน้ำตาลที่มาก ตับอ่อนจะเพิ่มระดับอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยร่างกายจะนำพลังงานไปใช้ในระบบเก็บเป็นไกลโคเจน แต่เมื่อนำไปใช้ไม่หมด เพราะกล้ามเนื้อน้อย จึงเปลี่ยนเป็นในรูปแบบไขมันสะสมแทน ทำให้ร่างกายอ้วนขึ้นแบบทวีคูณ
  2. พยายามออกกำลังกาย แบบจริงจังให้ได้ในทุกๆครั้ง เช่นเมื่อออกกำลังกาย อย่าทำแบบเล่นๆ แต่ให้โฟกัสไม่ว่าจะวิ่ง หรือ จะใช้แรงในการยกเวท เพราะถ้าคุณไม่โฟกัสระหว่างเล่น ก็จะเหมือนการเล่นไปแบบเรื่อยๆเฉื่อยๆ พลังงานก็จะใช้น้อย ไม่ค่อยได้ประโยชน์ใดๆ ถ้าคุณโฟกัสระหว่างเล่นจะเหนื่อยมาก และใช้เวลาที่รวดเร็วกว่ามาก สมัยนี้มีหนังสือสอน หรือคลิปมากมายให้เข้าถึงได้ง่าย เพราะฉะนั้นเริ่มจากการเปิดดู Youtube และเริ่มจากพื้นฐานง่ายๆก่อน
  3. เปลี่ยนวินัยในการนอน เพราะการนอนดึกทำให้ร่างกายรวน และทำให้อ้วนได้ เพราะทำให้ฮอร์โมนเครียดที่มีชื่อว่าคอร์ติซอล หลังออกมามากในวันถัดมา ทำให้อยากอาหารหวานๆ หรือน้ำตาลมากกว่าเดิม เพราะฉะนั้น เมื่อนอนดึกก็จะรู้สึกหิวมากนั่นเอง
  4. ดูดไขมัน อ้วนในระดับนี้ก็ยังอยู่ในระดับที่ดูดไขมันได้ แต่ก็ต้องแลกกับความเจ็บปวด และความเสี่ยงอื่นๆมากมาย หากเกิดการผิดพลาดระหว่างดูดไขมัน เพราะต้องมีการวางยาสลบ และราคาหลักแสนขึ้นไป และต้องให้หมอที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ และเครื่องมืออุปกรณ์ที่ครบและมีวิสัญญีแพทย์ประจำด้วยหากไม่มี วิสัญญีแพทย์ ห้ามทำโดยเด็ดขาดสำคัญมาก
  5. ลดห่วยยางรอบเอว สลายไขมันด้วยความร้อน เป็นการหัตถการ ทำให้ไม่มีความเสี่ยงเหมือนดูดไขมัน ปลอดภัยกว่า น้ำหนักลดลงทันทีตั้งแต่วันแรก แต่ต้องทำแบบต่อเนื่อง แต่โดยรวมแล้วค่าใช้จ่าย ถูกกว่าการดูดไขมันกว่าหลายเท่าตัว ลองดูการ หัตถการลดไขมันรอบเอวได้ที่นี่ >

🟠 คำนวณ BMI ได้ 25 - 29.90 อ้วนระดับ 2

ทรงหุ่นเสี่ย อาเจ๊คุมซอย หาชุดใส่ยากใช้ชีวิตลำบากขึ้น ตัวบวมมาก อ้วนระดับ 2

คุณจะมีการใช้ชีวิตที่ลำบากมากขึ้น เสื้อผ้าใส่ยาก การใช้ชีวิตไม่คล่องตัว ต้องระมัดระวังการล้ม และการกระแทก บางท่านอาจจะมีอาการเบาหวานร่วมด้วย จริงๆแล้วอาการเบาหวาน ไม่ได้เกิดเฉพาะสำหรับคนที่อ้วนเท่านั้น คนผอมก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน เพียงแต่ในคนอ้วนจะเกิดได้มากกว่า หากวัดมาถึงขั้นนี้แนะนำให้ไปตรวจสุขภาพ เพราะอาจจะเจอโรคได้หลายอย่าง และคุณจะต้องจริงจังในการพยายามในการลดน้ำหนักมากขึ้นทุกวิธีทาง แต่เราไม่แนะนำให้ดูดไขมัน แพทย์เองก็ไม่แนะนำเช่นเดียวกันเพราะเกินเกณฑ์ที่จะทำและทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ โดยดูคำแนะนำตามด้านล่างนี้

  1. เลือกทานอาหารที่เน้นโปรตีนเป็นหลัก และผัก ลดแป้งและน้ำตาลให้มากที่สุดเพราะสองอย่างนี้คือสิ่งเดียวกัน งดขนมหวานทุกชนิด งดน้ำอัดลมเครื่องดื่มที่มีของหวาน ทานน้ำเปล่าอย่างเดียวได้ยิ่งดี ในช่วงแรกมักจะยากเสมอ แต่พอผ่านไป 7 วันเท่านั้นคุณจะรู้เลยว่าเมื่อปรับได้แล้วมันจะดีขึ้น ขอแค่อดทนในช่วง 7 วันแรกที่ยากที่สุดเท่านั้น เรื่องอาหารเราเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องยากพอสมควรเพราะสมัยนี้คนสะดวกซื้อกินตามร้านอาหารต่างๆ ซึ่งไม่มีบอกแคลลอรี่ และเราไม่รู้ส่วนผสมด้วยว่าใส่อะไรน้ำมันเท่าไหร่ ทำให้อ้วนง่ายมาก วิธีง่ายที่สุดคุณอาจจะต้องซื้อข้าวกล่องตามร้านสะดวกซื้อมาและคำนวณแคลลอรี่จากหน้ากล่อง โดยใช้ App Myfitnesspal เข้ามาช่วย จะทำให้การกินอาหาร ควบคุมแคลลอรี่ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เมื่อทำได้แล้ว ค่อยเริ่มทำอาหารทานเอง จะช่วยลดได้อย่างรวดเร็ว เพราะการทำอาหารเองจะเป็นการคำนวณปริมานด้วยตัวเองได้ทุกอย่าง และทุกๆอย่างต้องนำมาชั่งว่ากี่กรัม และทุกๆคำที่กินเข้าไปเราต้องถามตัวเองว่า จำเป็นต้องกิน หรือ ไม่จำเป็น ถ้าจิตใจเข้มแข็งพอคุณทำได้แน่นอน
  2. ให้ทำ IF อยากผอมไว แนะนำต้องทำ IF กิน 6 ชั่วโมง งด 18 ชั่วโมง หรือ กิน 8 ชั่วโมง งด 16 ชั่วโมง คุณอยู่กับความเข้มแข็งของจิตใจคุณ หากคุณแน่วแน่อาจจะเริ่มที่กิน 6 เลยก็ได้ แต่อย่าหลุดโดยเด็ดขาด เมื่อคุณกินเป็นเวลาได้ ร่างกายจะทำการรีบูทระบบเผาผลาญแบบเป็นเวลา ทำให้น้ำหนักลดลง เพราะร่างกายจะรู้เวลาในการดึงพลังงานมาใช้
  3. ออกกำลังกาย โดยเน้นไปทางใช้กล้ามเนื้อให้มาก หากคาดิโอ แนะนำให้เดินเร็วๆ หรือ จักรยานอากาศ เพราะน้ำหนักเยอะ การออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทกจะทำให้คุณบาดเจ็บมากกว่าส่งผลดี เพราะฉะนั้น หากร่างกายไม่เอื้ออำนวยในการออกกำลังกายควรระมัดระวัง หรือ จะเน้นไปที่การทำ IF ให้นำหนักลดลงก่อนก็ได้และค่อยมาออกกำลังกายตอนที่พอจะไหว หากทำได้ทั้งคู่จะทำให้น้ำหนักลดลงเร็วมากขึ้น
  4. ใช้วิธีหัตถการ สลายไขมันลดพุงเร่งด่วนด้วยความร้อน หากคุณทำทุกข้อแล้วและนำ้หนักยังลดลงช้ามากอยู่ เพราะไขมันหน้าท้องแข็งตัว แนะนำให้ทำวิธีนี้ร่วมด้วย เพราะจะทำให้ไขมันนิ่มลง และสลายเร็วมากขึ้น ด้วยการ Fat Bomb และเทคนิคการรีดไขมันเฉพาะทาง เมื่อทำควบคู่กันทั้งหมดคุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างรวดเร็วจนคนรอบข้างต้องทักว่าผอมลงรึเปล่า

🔴 วัดค่า BMI มากกว่า 30 อ้วนระดับ 3 สูงเกินกว่าเกณฑ์ควรทำอย่างไร

ลดพุงเร่งด่วน the ink clinic

ค่า BMI มากกว่า 30 เป็นการบ่งบอกว่าน้ำหนักของผู้ป่วยนั้นอาจเกินปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดสมอง, และอาการขาดสมดุลของร่างกายอื่นๆ แต่ว่า, นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม เช่น โรคประจำตัว, ปริมาณแร่ธาตุ, ปริมาณการออกกำลังกาย, และวิถีชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ.

และในระหว่างนี้ควรทำอย่างไร ?

  1. เลือกทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ แน่นอนว่าเป็นคำพูดที่ดูเรียบง่ายแต่อาจจะทำยากสำหรับผู้ที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะว่าอาหารมันไม่อร่อย แต่ถ้าคุณค่อยๆทำอย่างต่อเนื่องเช่น ทำอย่างสม่ำเสมออาจจะทานอาหารแคลต่ำบ้าง สูงบ้างสลับกัน แต่อย่าหยุดทำ ค่อยๆลดอาหารพวกขนมแคลเลอรี่สูงๆ หรือลดจนเลิกทานไปเลยทีละอย่างสองอย่าง ก็จะค่อยๆช่วยให้น้ำหนักลดลง ค่อยๆทานอาหารจืดลงเน้นโปรตีน กับไฟเบอร์เยอะๆ เมื่อถึงวันที่ทานจนชินแล้ว ร่างกายคุณจะกลับมาดูดีอีกครั้ง แต่ต้องอาศัยความอดทนของจิตใจเป็นอย่างมาก
  2. ออกกำลังกาย คุณอาจจะเคยได้ยินว่าเดินวันละ 10,000 ก้าวทุกวัน เพื่อความผอม นั่นคือเรื่องจริง แค่เดินเท่านั้น แต่กว่าจะถึง 10,000 ก้าวคุณอาจจะเบื่อไปซะก่อน ผู้ที่น้ำหนักตัวเยอะควรเลือกเป็นจักรยานอากาศ หรือ ปั่นจักรยาน แทนการเดิน หรือ วิ่งจำนวนมาก เพราะน้ำหนักเยอะจะส่งผลต่อข้อกระดูก หรือ บางคนน้ำหนักเยอะหลักร้อยกิโล จะไม่สามารถออกกำลังกายได้ดีนัก แนะนำให้ใช้การยกเวท หรือ ประเภทการใช้แรง แทนการคาดิโอ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อจากภายใน ให้เผาผลาญแคลลอรี่แทน หากคาดิโอมากเกินไป จะทำให้ย้วยได้ จึงต้องใช้เวทสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ และลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป
  3. ใช้โปรแกรมลดห่วงยางรอบเอว เร่งด่วนของ The Ink Clinic เป็นตัวช่วยอีกแรง เมื่อคุณทานอาหารที่เป็นประโยชน์แล้ว ออกกำลังกายแล้ว พร้อมกับตัวช่วยการลดน้ำหนักด้วยความร้อยของเราด้วยเครื่อง Magneto จะทำให้คุณลดน้ำหนักได้เร็วกว่าเดิม และ กระชับสัดส่วนได้ดีมากขึ้น โดยไม่ต้องดูดไขมันหน้าท้อง ไม่มีความเสี่ยง และ ที่สำคัญมีความกระชับขึ้นและไม่ย้วย น้ำหนักลดทันทีหลังทำ เพียงแค่นอนเฉยๆ ก็ผอมได้

    ลองดูโปรแกรม ลดห่วงยางรอบเอว ของเรา >

🔴 คำเตือน อย่าดูดไขมันหน้าท้อง

หากมีน้ำหนักที่มากเกินไป อย่าดูดไขมันหน้าท้องเป็นอันขาด เพราะจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
อ่าน ดูดไขมันหน้าท้องเสียชีวิต >

ปัจจัยอะไรบ้าง ที่ทำให้คุณอ้วน

  1. การทานอาหารที่มีไขมัน แป้งและน้ำตาล สูง
  2. การเผาผลาญแคลลอรี่ที่ลดลงเนื่องจากอายุ เมื่ออายุมากอัตราการเผาผลาญน้อยลง
  3. ไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายให้มีกล้ามเนื้อ จะช่วยให้การเผาผลาญดีขึ้นได้ตลอดทั้งวัน
  4. ร่างกายหลังฮอร์โมนที่ทำให้คุณหิว คุณอาจจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ
  5. ปล่อยเนื้อปล่อยตัวกินแบบไม่นับแคลลอรี่ อยากทานเมื่อไหร่ก็ทาน ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเข้าตลอด แต่ไม่มีการเผาผลาญออก
  6. การนอนดึก ทำให้ร่างกายหลังฮอร์โมนหิว ทำให้คุณอยากกินตลอดเวลา
  7. อ้วนเพราะกรรมพันธุ์ หากในครอบครัวคุณมีแต่คนอ้วน เช่นพ่อแม่ พี่น้องอ้วนหมดก็มีสิทธิ์อ้วนง่าย แต่ต้องตรวจเช็คโดยการเจาะเลือดไปตรวจ เพราะอาจจะเกิดจากการเกิดมีมีเซลไขมันที่เยอะมากตั้งแต่แรกทำให้อ้วนง่าย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า BMI (Body Mass Index)

1. BMI คืออะไร?
– BMI เป็นค่าดัชนีมวลกายที่ใช้วัดอัตราส่วนระหว่างน้ำหนักและส่วนสูงของร่างกาย เพื่อประเมินระดับอ้วนหรือผอมของบุคคล

2. วิธีคำนวณ BMI อย่างไร?
– สูตรคำนวณ BMI คือ น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง หรือ BMI = น้ำหนัก (กก.) / (ส่วนสูง (ม) x ส่วนสูง (ม))

3. ค่า BMI ที่ถือว่าเป็นน้ำหนักปกติอยู่ในช่วงไหน?
– ค่า BMI ระหว่าง 18.5 – 22.9 ถือว่าเป็นน้ำหนักปกติ

4. BMI มีข้อจำกัดอะไรบ้างในการประเมินน้ำหนักของบุคคล?
– BMI เป็นวิธีการประเมินน้ำหนักที่ใช้กลาง แต่ไม่สามารถพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เช่น องค์ประกอบกล้ามเนื้อ องค์ประกอบไขมัน และโครงสร้างร่างกายได้

5. BMI สามารถใช้วัดน้ำหนักของผู้สูงอายุได้หรือไม่?
– ในผู้สูงอายุ BMI อาจไม่สามารถใช้วัดน้ำหนักได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากค่า BMI อาจมีผลที่ไม่แสดงถึงสภาพร่างกายที่แท้จริงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของส่วนสูงและส่วนผสมร่างกาย

6. BMI เป็นตัวชี้วัดเดียวที่สำคัญหรือไม่
– เมื่อเปรียบเทียบ BMI เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถให้ข้อมูลที่ครอบคลุมอย่างเพียงพอเกี่ยวกับสุขภาพโดยรวมของบุคคล ควรพิจารณาค่า BMI พร้อมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น องค์ประกอบกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในร่างกาย สัดส่วนร่างกาย และประวัติสุขภาพรวมถึงปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ เช่น อายุ เพศ และโรคประจำตัว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและถูกต้องมากยิ่งขึ้นในการประเมินสุขภาพร่างกาย

มีเครื่องมืออะไรที่วัดค่าร่างกายได้ละเอียดกว่า BMI ?

เครื่อง Body Jett วัดมวลร่างกาย

เราแนะนำเครื่อง Body Jett

นวัตกรรมเพื่อช่วยคำนวนมวลร่างกายอย่างละเอียด โดยจำแนกแยกประเภทเป็นส่วนต่างๆของร่างกาย และ ยังสามารถดูไขมันในช่องท้องได้อีกด้วย พร้อมทั้งสร้างเป้าหมายและกำหนดทิศทางที่คาดหวังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องวัดมวลร่างกายแบบละเอียดที่ใช้ทั่วไปคือเครื่องวัดไขมันใต้ผิวหนัง โดยเครื่องวัดมวลร่างกายแบบละเอียดจะใช้หลักการทำงานทางไฟฟ้าเพื่อวัดสัดส่วนของไขมันใต้ผิวหนัง ร้อยละของไขมันส่วนต่าง ๆ และการแบ่งส่วนของกล้ามเนื้อในร่างกาย

เครื่องวัดมวลร่างกายแบบละเอียดนี้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การใช้กระแสไฟฟ้าน้อย (Bioelectrical Impedance Analysis – BIA) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อวัดค่าไขมันและสร้างภาพรวมเกี่ยวกับสภาพร่างกายทั้งหมด

การใช้เครื่องวัดมวลร่างกายแบบละเอียดนี้สามารถใช้ได้ทั้งในหน่วยงานทางการแพทย์ ศูนย์ออกกำลังกาย หรือในบ้านเพื่อติดตามสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลร่างกาย เป็นต้น เครื่องวัดมวลร่างกายที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำเกี่ยวกับสัดส่วนไขมัน กล้ามเนื้อ น้ำหนักโลหิต และส่วนประกอบอื่น ๆ ในร่างกาย

 

ที่ The Ink Clinic เราใช้เครื่องนี้ในการวัดค่าที่แม่นยำ

เราใช้เครื่องนี้ในการวัดค่า ก่อนทำ และ หลังทำ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นผลที่แม่นยำชัดเจน ว่าลดลงไปเท่าไหร่หลังทำเสร็จ และลูกค้าจะได้ใบผลลัพธ์ที่ออกมาจากเครื่องนี้อีกด้วย เพื่อนำไปประเมินวางแผนแนวทางในการลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น
ดูเกี่ยวกับ การลดห่วงยางรอบเอว >